อาหารสุขภาพสำหรับคนตั้งครรภ์


อัพเดท 22 มิถุนายน 2554 21:11 - อ่าน 7,634 - หมวดหมู่ แม่และเด็ก

++ แชร์ผ่าน Social Network ให้เพื่อนได้ดูด้วยคลิก ++




ในปัจจุบัน แต่ละครอบครัวจะมีลูกก็เพียง 1 หรือ 2 คนเท่านั้น ลูกที่เกิดมาจึงควรมีความสมบูรณ์ที่สุด เพื่อที่จะเป็นที่พึ่งของพ่อและแม่ในการสืบทอดตระกูล หรือสืบทอดธุรกิจต่อไปในภายภาคหน้า

ความรู้ในปัจจุบันทำให้ทราบว่า ความสมบูรณ์ทั้งของพ่อและแม่ก่อนตั้งครรภ์ มีส่วนที่ทำให้ลูกในครรภ์มีความสมบูรณ์อย่างเต็มที่ ก่อนจะเป็นพ่อ ฝ่าย ชายจึงควรดูแลสุขภาพของตนเองให้ดี ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ในทางร่างกาย ควรมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการรับประทานอาหารที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง ข้าว นม เนื้อสัตว์ ผัก และอาหารทะเล เป็นประจำ และเมื่อมีการพักผ่อนที่เพียงพอร่วมด้วย ก็จะมั่นใจได้ว่า สเปิร์มของฝ่ายชายจะสมบูรณ์อย่างเต็มที่

สำหรับฝ่ายหญิงเพื่อการเตรียมตัวเป็นแม่ที่สมบูรณ์ ควรมีการพักผ่อนและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน อาจจะเลือกการว่ายน้ำ หรือการเดินรอบสวน วันละ 1/2 -1 ชั่วโมง ก็จะทำให้ร่างกายและมดลูกแข็งแรง พร้อมที่จะให้เป็นที่อยู่ของลูกในครรภ์ตลอดการตั้งครรภ์ 9 เดือน โดย มีการรับประทานอาหารที่ครบทุกหมู่เช่นกัน โดยเฉพาะผักใบเขียว เช่น คะน้า ควรรับประทานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ผักคะน้ามีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าผักชนิดอื่นตรงที่มี แคลเซียม วิตามินซี กรดโฟลิก และกากใยอาหารสูง

โดยเฉพาะกรดโฟลิกนั้น มีความจำเป็นอย่างมากในกรณีที่ไข่ที่ถูกผสมจะมีการสร้างเซลล์ประสาทและเซลล์สมอง ประมาณ วันที่ 10 หลังจากนั้น ซึ่งจำเป็นต้องมีกรดโฟลิกที่เพียงพอที่จะทำให้การสร้างนี้สมบูรณ์ โดยระยะที่สร้างระบบสมองและเซลล์ประสาทนี้จะเป็นช่วงที่ฝ่ายหญิงยังไม่รู้ ตัวว่าท้อง จึงมักจะไม่ได้รับยาบำรุงครรภ์ การเตรียมพร้อมโดยมีกรดโฟลิกเต็มที่ก่อนการตั้งครรภ์จึงมีความจำเป็นที่สุด

ภาพรวมสุขภาพของฝ่ายหญิงก่อนตั้งครรภ์ก็มีส่วนช่วยให้ลูกในครรภ์ มีความสมบูรณ์เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องน้ำหนักตัวไม่ควรจะมากไปหรือน้อยเกินไป เพราะในขณะนี้ หุ่นที่เป็นที่นิยมของหญิงสาวนั้นมักจะมีน้ำหนักตัวน้อยเกินไป ในกลุ่มดาราหรือนางแบบที่เราเรียกว่าหุ่นดีนั้น ทาง การแพทย์ประเมินแล้วพบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ขาดอาหาร ซึ่งมีผลเสีย คือ มดลูกมักจะไม่แข็งแรง มีโอกาสแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดได้ง่าย และมีส่วนทำให้ทารกที่คลอดออกมาไม่ค่อยแข็งแรง ในอีกซีกหนึ่ง ถ้ามีน้ำหนักตัวมากเกินไปก็อาจจะทำให้รังไข่ไม่สมบูรณ์ได้เช่นกัน ซึ่งอาจจะส่งผลให้มีบุตรยากหรือทำให้แท้งลูกในขณะตั้งครรภ์อ่อนๆ ได้ง่าย จึงควรดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์พอดีก่อนจะตั้งครรภ์ นอกเหนือจากการรับประทานอาหารให้ครบหมู่อย่างสม่ำเสมอตามที่กล่าวมาข้างต้น

ใน 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ หญิงมีครรภ์มักจะแพ้ท้องมากบ้าง น้อยบ้างทำให้รับประทานอาหารได้น้อยและอาจไม่ครบทุกชนิด จึงช่วยตอกย้ำอีกครั้งถึงความจำเป็นที่ร่างกายจะต้องสมบูรณ์ก่อนจะมีครรภ์ และไม่ต้องกังวลว่าทารกในครรภ์จะขาดอาหาร เพราะในช่วง 3 เดือนแรกนั้น ทารกมีความต้องการของสารอาหารไม่มาก แต่ขอให้มีครบทุกชนิด จึงนำสารอาหารที่มาจากตัวแม่ได้ เพราะใช้เพียงเล็กน้อย ในช่วง 3 เดือนแรกนี้ หญิงมีครรภ์จึงควรประคับประคองการรับประทานให้ครบหมู่ไปจนกว่าจะเลิกการแพ้ท้อง โดยที่น้ำหนักตัวอาจจะเพิ่มขึ้นเพียง 1-3 กิโลกรัมก็ได้

ใน 3 เดือนที่สองหรือการตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 12-24 นั้น ทารกในครรภ์มีความจำเป็นต้องได้รับสารอาหารต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ หญิง มีครรภ์จึงควรรับประทานอาหารที่หลากหลาย ครบทุกหมู่ เพื่อเป็นการเข้าใจง่าย จึงอยากจะสรุปว่า ในแต่ละวันควรดื่มนมวัวอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนมที่มีกรดโฟลิกสูงก็ได้ ควรมีผัก เนื้อสัตว์ ผลไม้ และข้าว ครบ 3 มื้อ และเมื่อครบสัปดาห์ที่ 24 ของการตั้งครรภ์ ควรมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาประมาณ 5-8 กิโลกรัม

ใน 3 เดือนสุดท้ายหรือช่วงการตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 25-40 นั้น เป็นช่วงที่ทารกในครรภ์ต้องการสารอาหารต่างๆ รวมทั้งพลังงานจากอาหารมากที่สุด ช่วงนี้เป็นช่วงการสร้างขนาดตัว จึงมีความจำเป็นที่ทารกจะต้องได้รับ แป้ง โปรตีน และไขมัน ที่มากกว่าช่วง 6 เดือนแรก หญิงมีครรภ์ในช่วงนี้จึงควรเพิ่มปริมาณข้าว เนื้อสัตว์ และน้ำมันจากอาหารมากกว่าปกติ และควรจะเพิ่มการดื่มนมเป็นวันละ 3 แก้วในช่วงสุดท้ายนี้ด้วย เมื่อเพิ่มการรับประทานตามหลักเกณฑ์นี้ ในเดือนที่ 7 และ 8 ควรมีน้ำหนักตัวขึ้นมาประมาณ 3 กิโลกรัม และเดือนที่ 9 ควรเพิ่มขึ้นประมาณ 4 กิโลกรัม โดยสรุป 3 เดือนสุดท้าย ควรมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10-12 กิโลกรัม

จะเห็นได้ว่า เพื่อความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ จึงควรเตรียมตัวทางด้านสุขภาพของทั้งฝ่ายสามีและภรรยา มีการออกกำลังกาย การพักผ่อนที่เพียงพอ ร่วมกับการรับประทานอาหารที่มีสารอาหารต่างๆ ครบถ้วน โดยเฉพาะในช่วงการตั้งครรภ์ การรับประทานอาหารที่มากขึ้นนั้นควรมีการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวอย่างพอดี ตามระยะเวลาการตั้งครรภ์และตามความต้องการของทารกในครรภ์ เพื่อที่จะให้ทารกที่คลอดออกมาสมบูรณ์พร้อมในทุกๆ ด้าน

เมื่อคุณตั้งครรภ์อาหารที่คุณรับประทานควรคัดเลือกอาหารที่มีคุณภาพ เนื่องจากทุกๆสิ่งที่คุณรับประทานเข้าไปจะมีผลต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนา ของเด็กรวมทั้งสุขภาพของคุณแม่ มดลูกและการเตรียมน้ำนมสำหรับลูก

อาหารสุขภาพสำหรับคนตั้งครรภ์

หากก่อนตั้งครรภ์ท่านได้รับประทานอาหารที่ถูกโภคบัญญัติท่านไม่จำ เป็นต้องเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าท่านยังไม่ได้รับประทานอาหารที่ถูกต้องยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มรับ ประทานอาหารที่ถูกต้อง

เพื่อให้แน่ใจว่าท่านไดรับประทานอาหารตามโภคบัญญัติให้ท่านรับประทานอาหารตามปิรามิดข้างล่าง

ภาพ:อาหาร1.gif

อาหารแบ่งเป็น 6 กลุ่มดังนี้

1. หมวดแป้งได้แก่ ข้าว ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยวเป็นต้นให้รับวันละ 6-11 ส่วน

2. หมวดผักต่างๆให้รับประทาน 3-5 ส่วนซึ่งช่วยให้ร่างกายได้รับเกลือแร่และวิตามิน

3. หมวดผลไม้ 2-4 ส่วน

4. หมวดโปรตีนได้แก่เนื้อสัตว์ ถั่ว ให้รับวันละ 2-3 ส่วน

5. หมวดนมให้รับวันละ 3-4 ส่วนซึ่งร่างกายจะไดรับแคลเซียมเพิ่ม

6. หมวดไขมันและน้ำตาลรับให้น้อย

ปริมาณอาหาร 2500 แคลอรีเป็นปริมาณที่แนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์ระยะ 6 เดือนก่อนคลอด หากไม่แน่ใจว่าได้อาหารเพียงพอหรือไม่โปรดปรึกษาแพทย์ สารอาหารที่แนะนำคนท้อง

อาหารประเภทใดที่ช่วยลดอาการแพ้ท้อง

เป็นที่ทราบกันว่าอาหารมีผลต่อการเจริญและพัฒนาการของเด็กปริมาณ อาหารและวิตามินได้กล่าวไว้แล้ข้างต้น เนื้อหาที่จะนำเสนอต่อไปเป็นอาหารที่ลดอาการที่เกิดจากการตั้งครรภ์

อาการท้องผูก

เป็นอาการที่พบบ่อยและสามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการรับประทานอาหารที่มี ใยอาหารเช่นผักและผลไม้ ธัญพืชรวมทั้งให้ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว น้ำลูกพรุนสามารถลดอาการท้องผูกได้ดี

อาหารไม่ย่อย

วิธีช่วยลดอาการอาหารไม่ย่อยทำได้โดยแบ่งอาหารออกเป็นวันละ 5-6 มื้อ หลีกเลี่ยงน้ำระหว่างรับประทานอาหาร และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด รวมทั้งอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สเช่น ถั่ว

อาการแพ้ท้อง

ผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ในระยะแรกจะมีการคลื่นไส้อาเจียน ให้ลดอาการโดยการ

- ลดอาหารพวกมันๆแล้วให้มารับประทานอาหารพวกแป้งเช่น ขนมปัง ธัญพืช cracker

- บางท่านอาจจะดื่มน้ำขิง

- ให้ทานอาหารครั้งละน้อยแต่ให้บ่อยครั้ง

- ให้ดื่มน้ำระหว่างมื้ออาหารแทนการดื่มขณะรับประทานอาหาร

- ลดอาหารรสจัด

- เวลาเหนื่อยให้พัก

- อย่างดอาหารเป็นเวลานาน

อาหารประเภทไหนที่ไม่ควรรับประทานระหว่างตั้งครรภ์

- แอลกอฮอล์ การดื่มสุราจะทำให้เด็กที่เกิดมาปัญญาอ่อน หากท่านดื่มอยู่ให้รีบหยุดทันที

- อาหารที่ไม่ให้คุณค่าอาหารเช่น ลูกอม ข้าวโพดคั่ว น้ำหวาน น้ำอัดลม อาหารเหล่านี้จะทำให้น้ำหนักเกิน

- ปลาควรหลีกเลี่ยงปลาตัวใหญ่เช่น {swordfish or shark ,bluefish and striped bass}ปลาฉลามไม่ควรรับเกิน 1 มื้อต่อเดือนเนื่องจากมีสาร polychlorinated biphenyls (PCBs), ปลาทูน่าไม่เกินครึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์เนื่อง

- จากอาจจะมีสารตะกั่วในปลาเหล่านี้ สำหรับปลาน้ำจืดอาจจะมียาฆ่าแมลงตกค้างอยู่ในชั้นไขมันให้เลือกปลาที่มี ไขมันน้อยและหลีกเลี่ยงชั้นไขมัน

- เนยเหลวเนื่องจากอาจปนเชื้อแบคทีเรีย

- ไข่ดิบ เช่นไข่ลวก น้ำสลัด เพื่อลดการติดเชื้อ

- เนื้อสัตว์ดิบ เช่นปลาดิบ ลาบ น้ำตก หอยนางรมสดเป็นต้น เป็นลดการติดเชื้อแบคทีเรีย

- caffeine พบในน้ำชา กาแฟ ช็อกโกแลต ยาบางชนิด สารดังกล่าวอาจจะส่งผลเสียต่อทารกได้ควรหลีกเลี่ยงขณะตั้งครรภ์

คนท้องควรรับประทานตับหรือไม่

ตับเป็นอาหารที่ให้ทั้งโปรตีน เกลือแร่ โฟลิก ธาตุเหล็ก วิตามิน บี และวิตามิน เอ โดยเฉพาะวิตามิน เอในตับมีปริมาณมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดความพิการแก่ทารกได้ แนะนำให้รับประทานวิตามินรวมที่มีวิตามิน เอไม่เกินวันละ 5000 iu ร่วมกับอาหารที่มีคุณภาพก็เพียงพอสำหรับทารก

น้ำหนักที่เหมาะสมสำหรับคนท้องควรเป็นเท่าใด

ภาพ:น้ำหนัก.jpg

น้ำหนักของคนท้องจะค่อยๆเพิ่มสำหรับคนตั้งครรภ์แต่ละคนอัตราการเพิ่ม ของน้ำหนักจะไม่เท่ากันโดยทั่วไป 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์น้ำหนักจะเพิ่มประมาณ 1-2 กิโลกรัมหลังจากนั้นจะเพิ่มประมาณครึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์ ตารางด้านข้างแสดงน้ำหนักที่เหมาะสม

คนผอมหมายถึงคนที่มีดัชนีมวลกายน้อยกว่า 20

คนที่น้ำหนักปกติหมายถึงคนที่มีดัชนีมวลกายอยู่ระหว่าง 20-25

คนที่มีน้ำหนักเกินจะมีดัชนีมวลกายมากกว่า 27




ร่วมแสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
ข้อความ : emo1 emo2 emo3 emo4 emo5 emo6 emo7 emo8 emo9 emo10 emo11 emo12 emo13 emo14 emo15
emo16 emo17 emo18 emo19 emo20 emo21 emo22 emo23 emo24 emo25 emo26 emo27 emo28 emo29 emo30 emo31


- หากต้องการใส่รูปคลิกซ้ายที่รูปภาพได้เลย :)
- ขึ้นบรรทัดใหม่โดยการกด Enter จะทำให้ข้อความไม่ยาวจนเกินไป :)
บวกกันให้ด้วยนะ :
Security Code
 

คอมเม้นท์ทั้งหมด 1 คอมเม้นท์
ลัลลา ความเห็นที่ : 1 โพสต์เมื่อ : 04/08/2555 15:07  IP Address : 203.158.231xx
 
Photo

ละเอียดดีค่ะ..ให้ความรู้เรื่องการดูแลคนท้องได้

ค้นหาข้อมูลสุขภาพ


หมวดหมู่
โพสต์ล่าสุด
7 วิธีสำหรับเคล็ดลับการกินอาหารอย่างไรไม่ให้อ้วน (ดู: 61)
ผัก 10 ชนิดที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง (ดู: 47)
เมนูสุขภาพที่ต้องมีไว้ในตู้เย็น (ดู: 156)
กล้วยสุกงอมจนเปลือกคล้ำ ช่วยต้านโรคมะเร็ง (ดู: 189)
อาหารป้องกันโรคต่อมลูกหมากโต (ดู: 144)
เคล็ดลับการกินเพื่อสร้างซิกแพค (ดู: 174)
อาหารเพิ่มพลังเซ็กซ์ (ดู: 211)
ข้อดี ข้อเสียของน้ำคลอโรฟิลล์ (ดู: 212)
เคล็ดลับการกินอย่างฉลาด ให้ผอมสุขภาพดี (ดู: 189)
กินผักผลไม้ต้านความชรา (ดู: 249)
สารอาหารบำรุงสมอง (ดู: 237)
8 อาหารอุดมคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ (ดู: 204)
สมุนไพรแก้ไอ ขับเสมหะ (ดู: 220)
สมุนไพรเปล้าตะวัน หรือเปล้าแดง (ดู: 207)
โรคเบาหวาน ต้องกินวุ้นเส้นถึงจะดี (ดู: 216)
ลดความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ด้วยอาหาร (ดู: 205)
สมุนไพรลดความดันโลหิตสูง (ดู: 436)
10 วิธีของการให้อาหารตามที่สมองต้องการ (ดู: 367)
ผลไม้ไทย มีฤทธิ์ทำลายตัวก่อโรคมะเร็ง (ดู: 349)
ไข่เน่า สมุนไพรชื่อเหม็น สรรพคุณ บำรุงสมอง (ดู: 449)
อาหารสีดำมากคุณประโยชน์ดีต่อสุขภาพ (ดู: 616)
"น้ำมะพร้าว" ช่วยแก้แฮงค์ (ดู: 554)
ประโยชน์น่าทึ่ง ของการกินผลไม้ในมื้อเช้า (ดู: 572)
เสี่ยงตับพัง หากกินพาราเซตามอล มากไป (ดู: 502)
อาหารที่มีแคลเซียมสูงไม่แพ้นมเลยละ (ดู: 561)
กินเจ กินอย่างไรไม่ให้ขาดธาตุเหล็ก (ดู: 521)
กินอาหารเจ กินมังสวิรัติอย่างไรให้ถูกหลัก (ดู: 533)
อาหารเพื่อสุขภาพ เมนูกินแล้วไม่โง่ (ดู: 579)
ประโยชน์ของการกินผัก ผลไม้ 5 ทัพพี ทุกวัน (ดู: 567)
วิตามินและแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพช่องปาก (ดู: 895)
www.HealthMee.com เว็บไซต์รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
สงวนลิขสิทธิ์ © 2554 HealthMee.com Copy Right 2011 เข้าสู่ระบบ
favoritesตั้งเป็นหน้าที่ชอบ (My Favorits)

เพิ่มลงในหน้าแรกตั้งเป็นหน้าแรก (My Homepage)