smithnjohn

สุขภาพน่ารู้ 6 ยา กับ 3 วัย อันตรายที่คุณต้องรู้


อัพเดท 27 กันยายน 2556 22:30 - อ่าน 5,430 - หมวดหมู่ ยารักษาโรค

++ แชร์ผ่าน Social Network ให้เพื่อนได้ดูด้วยคลิก ++



คนเราไม่ว่ายากดีมีจนตั้งแต่เด็กจนแก่ เมื่อเกิดมาต่างก็ต้องเคยกินยากันแทบทั้งสิ้น เพราะยาถือเป็น 1 ใน 4 ปัจจัยสำคัญพื้นฐานของชีวิต อย่างไรก็ตามจากพฤติกรรมการซื้อยากินเอง การกินยาพร่ำเพรื่อไม่ระมัดระวัง หรือไม่เกรงกลัวอันตรายของคนไทย ทำให้นำไปสู่ปัญหาการกินยาเกิน ปัญหาการดื้อยา และปัญหาอันตรายต่อสุขภาพจนถึงชีวิต ลองไปดูว่า คุณและคนใกล้ตัวของคุณเสี่ยงอันตรายจากยาบ้างไหมและยาชนิดใดที่คุณต้องระวังให้มาก

วัยเด็ก เนื่อง จากอวัยวะต่างๆ ของเด็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ กระบวนการทำลายพิษยาและการขับถ่ายของเสียไม่สมบูรณ์ ร่างกายของเด็กจึงไวต่อพิษยามาก ดังนั้นการใช้ยาในเด็กจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะยาปฏิชีวนะและยา แอสไพริน

1) ยาคลอแรมเฟนิคอล และเตตราซัยคลีน เป็น ยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้กว้างขวางหลายชนิดเป็นตัวยาที่มี อันตรายร้ายแรงและไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้ในเด็กเล็ก ยาคลอแรมเฟนิคอล อาจทำให้เกิดพิษต่อการสร้างเม็ดเลือด เช่น ลดการทำงานของไขกระดูกทำให้เกิดโรคโลหิตจาง อาจมีเม็ดเลือดขาวและเกร็ดเลือดต่ำร่วมด้วย และอันตรายถึงชีวิต จึงห้ามใช้ในทารกอายุต่ำกว่า 4 เดือน ส่วนยาเตตราซัยคลีน อันตรายคือทำให้ฟันเป็นสีน้ำตาลถาวร ฟันหลุดร่วงเร็วกว่าปกติ และทำให้การเจริญเติบโตของกระดูกลดลง จึงไม่ควรใช้หรือห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี หญิงมีครรภ์ และแม่ระหว่างให้นมลูก

2) ยาแอสไพริน (Aspirin) ที่ไม่กี่ปีมานี้กระทรวงสาธารณสุขสั่งห้ามขายให้เด็ก เพราะมีอันตรายถึงชีวิต ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ อาจทำให้มีเลือดออกได้ การแพ้ยาแอสไพริน มักเกิดอาการจากสมองและตับบาดเจ็บ อักเสบเสียหาย หรือชื่อทางการแพทย์ คือ กลุ่มอาการราย (Reye?s syndrome) เป็นกลุ่มอาการมักเกิดในเด็ก โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี จากการแพ้ยาแอสไพรินซึ่งกินเพื่อลดไข้ โดยเฉพาะหากเด็กเป็นไข้เลือดออกจะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

วัยผู้ใหญ่ วัยนี้ แม้ว่าจะดูสุขภาพร่าง กายแข็งแรง แต่จากการทำงานหนักและการพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้อาจมีการใช้ยาทั้งในกลุ่มยา ปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด ยาระบาย ยาลดความอ้วน ซึ่งถือว่าอันตรายหากใช้ไม่ถูกวิธีและขนาด

1) ยาพาราเซตามอล เป็นยาแก้ปวด และลดไข้ที่คนไทยนิยมใช้กันมากที่สุด บางคนกินแก้หวัด-ป้องกันหวัด หรือแก้ปวดเมื่อย พาราเซตามอลมีข้อดีที่ไม่ระคายเคืองกระเพาะ แต่แท้จริงแล้วมีผลข้างเคียงที่อันตรายที่สุด คือ การเกิดพิษต่อตับ หากใช้เกินขนาดหรือใช้ติดต่อกันนานเกินไป ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า การทานยาพาราเซตามอลเกินขนาดเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดตับอักเสบเฉียบพลัน และเกิดภาวะตับวาย ซึ่งอาการอาจรุนแรงถึงขั้นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับ หรือเสียชีวิต หากไปรับการรักษาไม่ทันท่วงที

2) ยาปฏิชีวนะ เป็น หวัด เป็นไข้ เจ็บคอ นอกจากยาพาราเซตามอลแล้ว ยาปฏิชีวนะหรือในชื่อเรียกง่ายๆ ว่า "ยาแก้อักเสบ" (ทั้งๆ ที่ไม่ถูกต้อง) เป็นอีกหนึ่งยาที่คนไทยชอบกิน จริงๆ แล้วเราควรจะกินยาปฏิชีวนะเฉพาะเมื่อมีอาการเจ็บป่วย ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเกิดจากการติดเชื้อ และใช้ยาปฏิชีวนะชนิดใดชนิดหนึ่งรักษาได้ผลเท่านั้น ไม่ใช่ว่าพอเป็นโรคติดเชื้อแล้วจะใช้ยาปฏิชีวนะชนิดใดๆ ก็ได้ เช่น ถ้าเป็นเชื้อไมโคพลาสมา ต้องใช้อีริโทรไมซิน ถ้าเป็นเชื้อไวรัส โดยทั่วไปก็ไม่มียาที่ใช้ได้ผล เป็นต้น อย่าใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น หากต้องใช้ให้ใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยา

วัยเกษียณ ปัจจุบัน คนไทยกำลังเข้าสู่โครงสร้างประชากรผู้สูงอายุ ผู้สูงวัยจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับโรคเรื้อรังต่างๆ ซึ่งจำเป็นต้องกินยาอย่างต่อเนื่องการใช้ยาในผู้สูงอายุนั้น พบว่ามีความเสี่ยงหรือมีโอกาสที่จะได้รับอันตราย ได้มากกว่าบุคคลทั่วไป ลองไปดูว่า 2 ยาอันตรายที่ต้องระวังกันสุดๆ คือยาชนิดใด

1) ยาที่มีสารสเตอรอยด์ ผู้ สูงอายุมักมีอาการเจ็บป่วย ปวดเมื่อย ปวดแข้ง ปวดขา จึงพยายามหายาที่ลดอาการเหล่านี้มาใช้ แต่รู้หรือไม่ยาส่วนใหญ่ที่ช่วยลดอาการปวดจำนวนไม่น้อยมีสารสเตอรอยด์ผสม อยู่ เช่น ยารักษาโรคภูมิแพ้ ยารักษาโรคหอบหืดชนิดพ่นสูดทางปากได้แก่ เบโดรเมธาโซน และบูเดโซไนด์ ยาหยอดตา ยาป้ายตา ยารักษาโรคไตบางชนิด ยารักษาข้ออักเสบ และยาแก้แพ้ ยาลูกกลอน หากร่างกายได้รับสารนี้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดความผิดปกติ ได้แก่ มีใบหน้าอ้วนกลมเหมือนดวงจันทร์ ลำตัวอ้วนเหมือนถังเบียร์ ผิวหนังมีรอย แตก ภาวะความดันโลหิตตก ภูมิคุ้มกันลดลงติดเชื้อต่างๆ ง่าย เกิดเบาหวาน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ต้อกระจก กระดูกพรุนและเป็นแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังมีโรคประจำตัว ก่อนใช้ยาชนิดใดจึงควรปรึกษาแพทย์

2) กลุ่มยาแก้ปวด - ลดไข้ เช่น ไดพัยโรน และหรือยาที่มีไดพัยโรนผสม อาจเกิดผื่นแพ้หรือผิวหนังอักเสบ และทำลายระบบเลือด เม็ดเลือดขาวต่ำ เม็ดเลือดแตก, เฟนิลบิวตาโซน และออกซีเฟนิลบิวตาโซน อาจเกิดไขกระดูกฝ่อ เม็ดเลือดขาวต่ำ กระเพาะอาหารทะลุ อ่อนแรง ผื่นขึ้น ปากเป็นแผล บวม, ยาแก้อักเสบ แก้ปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) อาจทำให้เกิดโรคกระเพาะ ชีพจรเต้นเร็ว บางคนอาจมีชีพจรช้า ใจสั่น ความดันเลือดสูง หายใจลึกแรง, ยาแก้ปวดกับยากล่อมประสาท หรือยาคลายกล้ามเนื้อหดเกร็ง ยาคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง อาจทำให้เกิดความดันในลูกตาสูง (อาจทำให้ตาบอดได้ถ้าเป็นโรคต้อหินอยู่ก่อนแล้ว) ถ่ายปัสสาวะลำบาก เกิดการคั่งของปัสสาวะ โดยเฉพาะผู้ที่มีต่อมลูกหมากโต ปากคอแห้ง ตื่นตกใจง่าย อ่อนเพลีย เป็นอันตรายถ้ากินร่วมกับสุรา

นอกจากนี้ยังมียาที่ต้องอาจทำให้เกิดปัญหาในผู้สูงอายุ อื่นๆ ที่สำคัญ เช่น ไซเมทิดีน (Cimetidine) ดิจ๊อกซิน (Digoxin) ยาขับปัสสาวะพวกไธอะไซด์ (Thiazide diuretics) ยาลดความดันเลือด เช่น โพรพาโนลอล (Propranolol) ยาขยายหลอดลม เช่น ธีโอฟิลลีน (Theophylline) ยาสงบประสาทและยานอนหลับ เช่น ไดอะซีแพม (Diazepam) ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น อินโดเมธาซิน (Indomethacin) อะมิโนกลัยโคไซด์ (Aminoglycosides) เช่น กานามัยซิน (Kanamycin)

เป็นเพียงตัวอย่างยาของคน 3 วัยที่ต้องระมัดระวังกันเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามพึงระลึกเสมอถึงอันตรายเมื่อจะใช้ยาชนิดใดก็ตาม เพราะยามีทั้ง "คุณอนันต์และโทษมหันต์" ในตัวของมันเอง



ร่วมแสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
ข้อความ : emo1 emo2 emo3 emo4 emo5 emo6 emo7 emo8 emo9 emo10 emo11 emo12 emo13 emo14 emo15
emo16 emo17 emo18 emo19 emo20 emo21 emo22 emo23 emo24 emo25 emo26 emo27 emo28 emo29 emo30 emo31


- หากต้องการใส่รูปคลิกซ้ายที่รูปภาพได้เลย :)
- ขึ้นบรรทัดใหม่โดยการกด Enter จะทำให้ข้อความไม่ยาวจนเกินไป :)
บวกกันให้ด้วยนะ :
Security Code
 

คอมเม้นท์ทั้งหมด 1 คอมเม้นท์
ping ความเห็นที่ : 1 โพสต์เมื่อ : 07/07/2559 23:01  IP Address : 171.96.177xx
 
Photo

เราไปเจอเวปนึงที่ขายเกี่ยวกับอาหารเสริมลดน้ำหนักเลยโทรไปหาเจ้าของร้าน พี่เขาเลยให้คําปรึกษาแล้วก็บอกวิธีในการลดความอ้วนต่างๆด้วย เมื่อก่อนเราหนัก52 ตอนนี้ลดลงมาเหลือ 45ละ อิอิ เมื่อก่อนตอนอ้วนมีพุงนะเจอแต่เพื่อนผู้ชายที่มหาลัยล้อ อีขาใหญ่ อีอ้วน ตอนนี้มีแต่คนมาถามว่าไปทําอะไรมาตอนปิดเทอมสวยขึ้นเยอะเลย มีแต่คนมาจีบ ฮ่าฮ่า ซะใจมากมาย เมื่อก่อนก็เจอปัญหาเดียวกับทุกๆคนอ่ะค่ะ แต่ยังไงก็เป็นกําลังใจให้ทุกคนนะค่ะ สู้ๆ ^W^ V ออกกําลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ ดูแลสุขภาพ ถ้าจะให้ดีทานอาหารเสริมด้วยก็ดีค่ะ เรากินตัว Happy Diet (HD) อ่ะคะ ถ้าสนใจอยากปรึกษาปัญหาเรื่องความอ้วนลองโทรไปหาพี่เขาที่เบอร์นี้ดูค่ะ 094-978-5141 ชื่อพี่นุ๊ค Line : Sheto
พี่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้วก็เป็นคนจําหน่ายอาหารเสริมเกี่ยวกับพวกลดน้ำหนัก ความงาม ด้วยอ่ะค่ะ อันนี้เวปพี่เขาค่ะ www.7dayssrim.com ขอบคุณบทความนี้ด้วยนะคะ ได้ความรู้เพิ่มเติมเยอะมากเลยค่า

ค้นหาข้อมูลสุขภาพ


หมวดหมู่
โพสต์ล่าสุด
เรื่องสุขภาพที่ต้องระวัง สำหรับผู้ที่สวมใส่ชุดสีดำในช่วงแดดร้อนจัด (ดู: 1,572)
เตรียมสุขภาพให้พร้อม ก่อนไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ (ดู: 1,181)
เจลลี่พระราชทานเพื่อผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก อีกหนึ่งโครงการของพ่อหลวง ร.9 (ดู: 1,248)
สมุนไพรรักษาสิว สูตรลับหน้าใส (ดู: 1,171)
ประโยชน์ของเห็ด 7 ชนิด อาหารเพื่อสุขภาพ (ดู: 1,232)
ผักเบี้ยใหญ่ สรรพคุณผักพื้นบ้านของไทย (ดู: 1,014)
สรรพคุณของ ผักชี ดียังไง ทำไมคนญี่ปุ่นถึงฮิตกินผักชี (ดู: 971)
ผัก 5 ชนิดที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยง (ดู: 1,435)
10 อาหารที่คนมักเขี่ยทิ้ง แต่มีประโยชน์มากมาย (ดู: 1,343)
กินอาหารตามธาตุ ปรับสมดุลร่างกาย (ดู: 1,250)
หลีกเลี่ยง 6 อาหารตัวการทำหน้าแก่ (ดู: 1,288)
มะม่วงหิมพานต์ชะลอวัย ต้านแก่ ป้องกันมะเร็ง (ดู: 1,239)
ผลไม้ 8 ชนิดช่วยต้านมะเร็งเต้านม (ดู: 1,045)
สุดยอดผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง รักษาอาการท้องผูก (ดู: 2,463)
สรรพคุณถั่งเช่าแก้นกเขาไม่ขันพร้อมต้านมะเร็ง (ดู: 2,027)
สัญญาณว่าร่างกายขาดธาตุเหล็ก (ดู: 2,292)
อาหารลดน้ำหนัก อาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์สูง (ดู: 2,000)
ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้ ปลอดภัย (ดู: 1,758)
จิ๋มล็อกเกิดจากอะไร (ดู: 2,103)
เตือนภัยใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเสี่ยง Toxic shock syndrome อาจถึงตาย ! (ดู: 2,064)
อาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเกิดจากอะไร (ดู: 2,409)
เทคนิคกินอาหารคลีน (ดู: 2,207)
บัวหิมะ สรรพคุณรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำหนักก็ดี (ดู: 2,166)
สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพจากทั่วโลก (ดู: 2,158)
อาหารอุดมไขมันดีเพื่อคนอยากผอม อาหารลดน้ำหนัก (ดู: 1,996)
อาหารโปรตีนสูงที่ควรทานช่วงลดน้ำหนัก (ดู: 2,228)
ซูเปอร์ฟู้ดเพื่อสุขภาพ มาแรงปี 2015 (ดู: 2,031)
กินอะไรดีในช่วงมีประจำเดือน (ดู: 2,091)
สุดยอดอาหาร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด (ดู: 2,026)
เคล็ดลับการปรุงอาหารด้วยน้ำมันเพื่อสุขภาพ (ดู: 2,011)
www.HealthMee.com เว็บไซต์รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
สงวนลิขสิทธิ์ © 2554 HealthMee.com Copy Right 2011 เข้าสู่ระบบ
favoritesตั้งเป็นหน้าที่ชอบ (My Favorits)

เพิ่มลงในหน้าแรกตั้งเป็นหน้าแรก (My Homepage)