|
มะขาม สมุนไพรเพื่อความงาม ผลไม้ใช้เป็นยา
อัพเดท
08 มีนาคม 2554 15:54
- อ่าน
4,450
- หมวดหมู่
สมุนไพร
|
++ แชร์ผ่าน Social Network ให้เพื่อนได้ดูด้วยคลิก ++
|
|
มะขาม สมุนไพรเพื่อความงาม ผลไม้ใช้เป็นยา
มะขามเป็นไม้มงคลประจำทิศตะวันตก ด้วยความเชื่อที่ว่า จะทำให้ ศัตรูหรือโจรขโมยต่างๆ เกิดความเกรงขามไม่กล้าเข้าไปทำอันตรายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเรือนนั้นๆ ในทุกส่วนของมะขามนำไปใช้ประโยชน์ได้หมดเริ่มตั้งแต่ใบ
เนื่องจากเป็นพืชวงศ์เดียวกับพืชตระกูลถั่ว เมือใบเล็กๆ ของมะขามร่วงหล่นจะกลายเป็นปุ๋ยบำรุงดินได้ดีเยี่ยม ยอดอ่อนและดอกอ่อนมีรสเปรี้ยว นำไปปรุงรสต้มโคล้ง ต้มกะทิกับหมูและฟัก ใส่ต้มยำ ต้มปลา แกงเห็ด ฯลฯ ฝักมีรสเปรี้ยว เมื่ออ่านใช้ตำน้ำพริกมะขามสดฝักที่โตเต็มที่แต่ยังไม่สุกนิยมนำไปดอง เมื่อสุกใช้ปรุงรสอาหาร หรือรับประทานเป็นผลไม้ สำหรับสาวๆ ที่อยากหน้าขาวไม่ต้องพึ่งพาสารสังเคราะห์ให้เกิดอาการแพ้ เพียงนำเนื้อมะขามผสมน้ำข้นๆ พอกทิ้งไว้แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดเท่านี้ใบหน้าจะนุ่มนวลชุ่มชื่นขาวใสไร้ สิวฝ้า ประหยัดและปลอดภัย หรือจะใช้ขัดเครื่องเงินหรือทองเหลืองก็ได้ผลดีส่วนเมล็ดนำไปเพาะให้งอกเหมือนถั่วงอก ใช้แกงส้มรับประทาน หรือนำไปยั่วให้ไหม้เกรียมบดละเอียดชงน้ำดื่มแทน กาแฟก็หอมอร่อย ไม่แพ้กาแฟแท้ๆ แถมไร้คาเฟอีนให้กลุ้มใจ เนื้อในเมล็ดเนื้อในเมล็ดยังนำไปบดต้มให้ลงแป้งเพื่อให้ผ้าแข็งได้อีกอย่าง
มะขามเป็นไม้เนื้อละเอียด เหนียว ทนทาน เหมาะสำหรับนำไปสร้างบ้านเรือน เครื่องใช้สอย หรือเครื่องดนตรี เช่น ขลุ่ย หรือนำไปเผาก่านที่ให้ความร้อนสู้ได้ดีที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ยังไม่นับรวมความชอบด้านสมุนไพรที่ใช้ได้ทั้งภายนอกและภายใน
ลักษณะทั่วไป
มะขามเป็นไม้พุ่มยืนต้นแตก กิ่งก้านสาขามาก วงศ์ LEGUMINOSAE สูงประมาณ 10-20 เมตร ใบฝอยขนาดเล็กรวมเป็นแผง ออกคู่ขนานไปตามก้านเปลือกลำต้นสีน้ำตาลอ่อนและเปลี่ยนเป็นสีเทาดำเมื่อออยู่มากขึ้น ผิวขรุขระแตกเป็นร่องสะเก็ดเล็กๆ ตามแนวยาวของลำต้น ดอดขนาดเล็กออกเป็นช่อสั้นๆ ตามปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองมีจุดประสีแดงตรงกลางดอก ออกช่วงฤดูฝน ผลเป็นฝักค่อนว้างตรงถึงโค้งงอ เปลือกหนาเปราะสีน้ำตาลหรืออมเทา มีเนื้อหุ้มเมล็ดติด กันตลอดทั้งฝัก มีเส้นใยยืด 3 เส้นตามความยาวของฝัก ฝักออนเนือเเข็งสีเขียว เมื่อแกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล รสเปรี้ยวหรือหวานตามพันธุ์ที่ปลูก
คุณค่าทางโภชนาการ
ผลดิบ
100 กรัม
|
คาร์โบไฮเดรต
(กรัม)
|
โปรตีน
(กรัม)
|
ไขมัน
(กรัม)
|
ใยอาหาร
(กรัม)
|
แคลเซียม
(มิลลิกรัม)
|
ฟอสฟอรัส
(มิลลิกรัม)
|
เหล็ก
(มิลลิกรัม)
|
วิตามินเอ
(IU)
|
|
14.7
|
2.3
|
0.2
|
6.3
|
429
|
14
|
3.0
|
867
|
|
วิตามินบีหนึ่ง
(มิลลิกรัม)
|
วิตามินบีสอง
(มิลลิกรัม)
|
ไนอาซิน
(มิลลิกรัม)
|
วิตามินซี
(มิลลิกรัม)
|
|
|
|
|
|
0.08
|
0.34
|
1.5
|
44
|
|
|
|
|
มะขามขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง หรือติดตา ชอบดิน ร่วนปนดินเหนียว หรือดินที่มีการระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำท่วมขัง เป็นไม้กลางแจ้งทนแล้งได้ดี
“มะขาม” ผลไม้ใช้เป็นยา
คนสมัยก่อนเมื่อท้องผูกขึ้นมายาแก้จากมะขามก็เป็นตำรับต้นๆ ที่จะคิดถึง ด้วยหยิบหามารับประทานได้ง่ายจากก้นครัว เพราะนอกจากในสถานะของผลไม้ที่ใช้แก้เปรี้ยวปากแล้ว มะขามยังเป็นเครื่องปรุงรสประจำครัวไทยยที่ขาดไม่ได้อีกประการหนึ่ง วิธีการที่จะเก็บมะวามไว้ใช้นานๆ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “มะขามเปียก” ซึ่งก็คือการนำเนื้อมะขามสุกไปแกะเปลือก แกะเมล็ดแกะเส้นใยที่หุ้มเนื้อออก นำไปผึ่งแดดลมพอหมาด แล้วปั้นรวมกันเป็นก้อนคลุกด้วยเกลือเม็ดพอประมาณ เก็บใส่ขวดโหลไว้ แม้นานวันมะขามเปียกอาจมีสีคล้ำลงไปบ้างแต่ถ้าไม่มีราขึ้นก็ยังสามารถใช้ได้ดีในฝักสุกจะมีกรดอินทรีย์หลายชนิดรวมกันถึง 10% เช่น กรดทาร์ทาริก (tartaric) กรดซิตริก (citric acid) กรดมาลิก (malic acid) นอกจากนี้ยังมีกัม (gum) และเพ็คติน (pectin) ซึ่งทำให้มะขามมีรสเปรี้ยวและเกิดเมือกคล้ายเเป้งเปียกเมื่อขยำกับน้ำ มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยเพิ่มกากอาหาร ช่วยหล่อลื่นให้ขับถ่ายสะดวก ช่วยลดไข้ ขับเสมหะ ความโดดเด่นของมะขามในเรื่องสมุนไพรที่ใช้กันมานานก็คือเรื่องของการใช้เมล็ดช่วยขับพยาธิ ในเมล็ดของมะขามนั้นจะมี มิวซีเลจสูง มีไขมัน คาร์โบไฮเเรต มีน้ำมันชนิด semididrying fiexd oil มีฤทธิ์เป็นยาขับพยาธิเส้นด้ายที่ให้ผลเป็นเลิศ ตำรับยาใช้ภายนอก
1. รักษาผิดแห้งแตกเป็นขุย หน้าเป็นสิวเป็นฝ้า ทำให้ผิวหน้านุ่มนวล ส่วนที่ใช้ เนื้อมะขามสุกหรือมะขามเปียก ค *** การใช้เนื้อมะขามพอกหน้า ควรทำตอนกลางคืน เพื่อไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคืองจากแสงแดด และช่วงเวลากลางคืนเป็นช่วงที่ใบหน้าจะผลัดเซลล์ที่ตายแล้วออกไป วิธีใช้ -ใช้เนื้อมะขามสุกหรือมะขามเปียกคั้นกับน้ำสะอาดพอข้นๆ พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 - 15 นาที แล้วล้างน้ำออก -ใช้เนื้อมะขามสุก 2 - 3 ฝัก คั้นรวมกับนมสด 6 ช้อนโต๊ะ กรองด้วยผ้าขาวบาง ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต แล้วนำไปนึ่งให้สุก ใช้แทนสบู่หรือครีมล้างหน้า
2.ใช้ทาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ส่วนที่ใช้ เปลือกของเมล็ดฝักสุก วิธีใช้ นำเมล็ดมะขามสุกไปคั่วไฟ ให้สุก กะเทาะเอาแตเปลือกไปบดให้ละเอียดแล้วคลุกกับน้ำมันละหุ่งหรือน้ำมัพะพร้าว พอกบริเวณแผลวันละ2-3 ครั้ง
3.รักษาฝีและแผลเรื้อรัง ส่วนที่ใช้ เมล็ดฝักสุก วิธีใช้ นำเมล็ดมะขามไปควรให้สุก กะเทาะเปลึอกทิ้ง นำเมล็ดที่เหลือไปแช่น้ำจนนิ่ม ใช้ตำพอกแผล
4. แก้แมลงสัตว์กัดต่อย ส่วนที่ใช้ เมล็ด วิธีใช้ นำเมล็ดไปผ่าตรงกลางตามแนวขวาง นำส่วนที่ถูกฆ่าไปฝนกับนำมะนาว แล้วนำไปปิดที่รอยแมลงกัด พลดมะขามจะช่วยดูดพิษออกมา
ตำรับยาใช้ภายใน
1.ใช้เป็นยาระบาย แก้ท้องผูก ส่วนที่ใช้ เนื้อมะขามสุกหรือมะขาม *** หากรบประทานมากเกินขนาดอาจทำให้ท้องเสียได้ วิธีใช้ - ใช้ฝักมะขามแก่สุกหรือมะขามเปียก 10 – 12 ฝัก จิ้มเกลือรับประทาน แล้วดื่มน้ำตามมากๆ รับประทานก่อนนอนทุกวัน - ใช้เนื้อมะขามสุก 200 กรัม ต้มกับน้ำ 9 ถ้วย ให้เดือดนาน 15 – 20 นาที กรองเอา กากออก ฉากที่ได้ให้นั้นกับน้ำ 1 แก้ว กรองด้วยผ้าแล้วเทรวมกันนำไปตั้งไฟเติมน้ำตาล และเกลือเล็กน้อย รอให้เดือดอีก 5 นาทีแล้วยกลง ใช้ดื่มก่อนนอนวันละแก้ว
2.แก้ไอ ขับเสมหะ ส่วนที่ใช้ เนื้อมะขามสุกหรือมะขามเปียก * * ควรนึ่งเนื้อมะขามด้วยความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อที่อาจติดมากับฝักมะขามก่อน ป้องกันโรคท้องร่วง วิธีใช้ ใช้มะขามเปียกหรือเนื้อมะขามสุก 50-80 กรัม คั้นกับน้ำข้นๆ เติมเกลือและน้ำตาล เล็กน้อย ใช้จิบบ่อย ๆ ส่วนที่ใช้ เมล็ดมะขามจากผลสุก วิธีใช้ นำเมล็ดไปคั่วไฟให้เหลือง แช่กับน้ำเกลือจนกระทั่งเนื้อนุ่ม แกะเปลือกออกให้เด็กทานครั้งละ 20-30 เม็ด แพ้ท้องว่าง
|
|